วัดพระธรรมกาย

วัดพระธรรมกาย เป็นวัดในสังกัดมหานิกาย ก่อตั้งเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 ตั้งอยู่ ณ ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี วัดพระธรรมกายเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของประชาชน

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง แต่สื่อมวลชนจำนวนหนึ่งได้ขอขมาในภายหลัง อย่างไรก็ดี สภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้ขึ้นวัดพระธรรมกายไว้ในบัญชีดำฐานเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 คณะรักษาความสงบแห่งชาติให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อจับกุมพระธัมมชโย

ประวัติ วัดพระธรรมกาย

ยุคเริ่มต้น (พ.ศ. 2506–2521)

ในสมัยที่พระมงคลเทพมุนีได้มรณภาพไปแล้ว ลูกศิษย์ของท่าน รวมถึงแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ได้สืบทอดสายปฏิบัติของวิชชาธรรมกาย ให้กับลูกศิษย์รุ่นใหม่ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ[5] ในสมัยนั้น ไชยบูลย์ สุทธพลศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2506 ไชยบูลย์ ได้ไปที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ หลังจากที่ได้อ่านวารสาร วิปัสสนาบันเทิงสาร ซึ่งมีอ้างถึงคุณวิเศษของแม่ชีจันทร์

ไชยบูลย์ได้ชักชวนเพื่อนนักศึกษาร่วมกิจกรรมที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ คณะลูกศิษย์แม่ชีจันทร์จึงขยายมากขึ้น มีอยู่หนึ่งคนในคณะลูกศิษย์ที่ชื่อเผด็จ ผ่องสวัสดิ์ (ซึ่งในภายหลังได้บวชเป็นพรภิกษุ และได้มาเป็นรองเจ้าอวาสวัดพระธรรมกาย ชื่อพระเผด็จ ทตฺตชีโว). ในปี 2512 ไชยบูลย์เองได้บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ และได้รับฉายา “ธมฺมชโย”

ต่อมาได้เริ่มสอนกรรมฐานที่วัดปากน้ำภาษีเจริญร่วมกับแม่ชีจันทร์ ในที่สุดคณะลูกศิษย์ได้ขยายไปเป็นจำนวนมาก จึงมีความยากที่จะจัดกิจกกรมที่วัดปากน้ำภาษีเจริญต่อ ดังนั้นในวันที่ 20 ก.พ. พ.ศ. 2513 แม่ชีจันทร์ พระธัมมชโย และพระทัตตชีโว พร้อมกับบรรดาลูกศิษย์ได้ย้ายไปตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมอีกต่างหาก โดยที่มีเริ่มต้นบนที่ดินแปลง 196 ไร่ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เป็นวัดตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 ในชื่อ “ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม” และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดวรณีธรรมกายาราม” ได้ชื่อตามวรณี สุนทรเวช ธิดาของพระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) กับคุณหญิงแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (ประหยัด สุนทรเวช)

ผู้บริจาคสถานที่ และต่อมาได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น “วัดพระธรรมกาย” จนถึงปัจจุบัน ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2522 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 96 ตอนที่ 15 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522

ในสมัยแรกแม่ชีจันทร์ยังมีบทบาทที่สำคัญในการบอกบุญ และการปกครอง ต่อมา เมื่อท่านอายุมากขึ้น จึงค่อยๆ มอบให้ลูกศิษย์ของท่าน คือหลวงพ่อธัมมชโย และหลวงพ่อทัตตชีโวบริหารงานต่อ

การเติบโต (พ.ศ. 2522–2539)

วัดพระธรรมกาย

ในสมัย พ.ศ. 2520-2530 ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว วัดพระธรรมกายเริ่มเป็นที่นิยมของประชาชนมากขึ้น. วัดพระธรรมกายได้ถ่ายทอดค่านิยม มุ่งเน้นความสำเร็จทางธุรกิจ ความทันสมัย และการฝึกฝนตนเอง ซึ่งทำให้วัดเป็นที่ดึงดูดของประชาชนชนชั้นกลาง อีกอย่างหนึ่งในสมัยนั้นประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน ทั้งด้านธรรมเนียมประเพณี และด้านสังคม ชนชั้นกลางจึงต้องการที่พึ่ง

ตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มสร้างวัดพระธรรมกายจะมุ่งเน้นกิจกรรมสำหรับนักเรียน และนักศึกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 วัดพระธรรมกายได้ตั้งโครงการอบรมขึ้นมา โดยตั้งชื่อว่า ธรรมทายาท ซึ่งเป็นโครงการปฏิบัติธรรมที่มุ่งเน้นนักศึกษามหาวิทยาลัย ต่อมานักศึกษที่ผ่านการอบรมโครงการนี้ ได้มาเป็นผู้ประสานงานในชมรมพุทธของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยที่ในช่วงเวลา พ.ศ. 2520–2530 มีผู้ประสานงานที่เป็นลูกศิษย์ของวัดประสานงานในชมรมพุทธในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2524 วัดพระธรรมกายจัดตั้งโครงการ ทางก้าวหน้า โดยที่มีโรงเรียนหลายแห่งในประเทศไทยสมัครเพื่อให้นักเรียนแข่งขันสอบความรู้ด้านคำสอนเรื่องจรียธรรมในพระพุทธศาสนาต่อมาในปี พ.ศ. 2522 วัดพระธรรมกายได้ปรับโครงการ ธรรมทายาท มาเป็นโครงการบวช ตามธรรมเนียมโบราณที่จะบวชสั้น ซึงในเวลานั้นการบวชตามประเพณีมักบวชไม่นานนัก วัดพระธรรมกายจึงได้พยายามที่จะสวนกระแสดังกล่าว โดยการจัดบวช 2–3 เดือนเป็นอย่างน้อย ในปี พ.ศ. 2529 วัดพระธรรมกายได้เริ่มอบรมผู้หญิงในโครงการอบรมระยะยาว

ในสมัย พ.ศ. 2530 วัดพระธรรมกายมีคนร่วมพิธีกรรมสำคัญโดยเฉลี่ยจำนวน 50,000 คน[26] โครงการธรรมทายาทดังกล่าวเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2522 โดยมีผู้มาอบรมเพียง 60 คน แต่ในปี พ.ศ. 2529 จำนวนเพิ่มขึ้นเป็นหลายพันคน ในปี พ.ศ. 2533 มีพระประจำรวม 260 รูป สามเณรรวม 214 รูป และเจ้าหน้าที่วัดรวม 441 คน

ทางวัดพระธรรมกาย ริเริ่มจัดกิจกรรมอย่างกว้าง อย่างเช่น ชวนประชาชนร่วมกันบริจาคเลือด จัดอบรมปฏิบัติธรรมให้กับภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งส่งเสริมงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ตัวอย่างเช่นในปี พ.ศ. 2527 มีการจัดทำซีดีพระไตรปิฎกที่สามารถสืบค้นคำสำคัญได้ ซึ่งได้ร่วมมือกับสมาคมบาลีปกรณ์ ประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัย California ณ เมือง Berkeley สหรัฐอเมริกา

ในปี พ.ศ. 2529 มูลนิธิธรรมกายได้รับการรับรอง จากองค์กรสหประชาชาติ และเริ่มมีการประชุมการศึกษา เกี่ยวกับการศึกษาเพื่อส่งเสริมสันติภาพ สำหรับกลุ่มเยวชน เมื่อปี พ.ศ. 2559 มูลนิธิธรรมกายมีฐานะเป็นองค์กรที่ปรึกษาของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ในสมัยนั้นมูลนิธิธรรมกายเริ่มสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรพุทธต่างประเทศหลายองค์กร ตัวอย่างเช่นฟอควงซาน (en)ในไต้หวันและวัดพระพุทธเจ้า แสนพระองค์ (en)ในฮ่องกง เป็นต้น

วัดพระธรรมกายเริ่มขยายพื้นที่มากขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมาทางวัดได้เริ่มตั้งศูนย์สาขาในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และไต้หวัน

การวิจารณ์ และคดี (พ.ศ. 2540–2543)

โครงการด้านการคณะสงฆ์

โครงการเจริญพุทธมนต์ 5 ธันวามหาราช

จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2546 ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

โครงการมุทิตาสักการะพระภิกษุ–สามเณรเปรียญธรรม 9 ประโยค

เริ่มปี พ.ศ. 2530 จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงเดือนสิงหาคม นับถึงปี พ.ศ. 2556 เป็นครั้งที่ 26 โดยมีพระเปรียญธรรม 9 ประโยค ร่วมรับถวายมุทิตา จำนวน 1,132 รูป รวมมอบทุนการศึกษากว่า 7,924,000 บาท

โครงการถวายทุนการศึกษาแก่สำนักเรียนบาลีทั่วประเทศ

เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2546 นับถึงปี พ.ศ. 2556 เป็นครั้งที่ 10 โดยมอบทุนการศึกษาแก่สำนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงสุดในแต่ละประเภท รวมมอบทุนการศึกษา ปีละกว่า 4,000,000 บาท

กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

วันที่ 16 ก.พ. 2560 ทางรัฐบาลมีคำสั่งใช้มาตรา 44 ให้พื้นที่บริเวณวัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ป้องกันไม่ให้มีบุคคลเข้าไปในพื้นที่และผลักดันผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในวัดออกนอกพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เข้าไปตรวจค้น พร้อมทั้งควบคุมตัวพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา คดีพิเศษเลขที่ 27/2559 ในข้อหาสบคบและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร

ขอบคุณรูปภาพจาก : Google

สื่อที่เกี่ยวข้อง : วัดราชนัดดารามวรวิหาร
วัดร่องขุ่น
วัดโสธรวรารามวรวิหาร
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
วิหารเทพวิทยาคม
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

Author: admin