วัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก



ประวัติวัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก

(WAT BUDDHAPRADEEP OF SAN FRANCISCO)

310 Poplar Avenue, San Bruno, CA 94066 USA Phone: (650) 615-9528

 

มูลเหตุการจัดตั้งวัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก

ชาวพุทธกลุ่มนึ่งซึ่งต้องการสร้างพุทธศาสนาให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่จำกัดระดับ ของคนว่ามีหรือจน ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาและต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างวัดไทยให้เป็น วัดที่มีแต่ความเมตตาปราณีต่อกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและมีน้ำใจให้ต่อกัน ยามเมื่อเกิดปัญหา ก็ให้ความร่วมมือแก้ไขร่วมกัน มุ่งหมายให้วัดเป็นศูนย์รวมแห่งศิลปวัฒนธรรมไทยเพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรง ไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์กลางแห่งการเผยแผ่พุทธศาสนาทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่าง ประเทศที่ยังไม่เข้าใจพุทธศาสนาอย่างแท้จริง และมุ่งหวังสร้างวัดให้เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น พร้อมทั้งให้เกียรติพระสงฆ์ ให้ความเคารพศรัทธาพระสงฆ์ เห็นความสามารถของพระสงฆ์ที่จะบริหารงาน วัดและงานพระศาสนาได้ บูชายกย่องพระสงฆ์ด้วยศีลาจารวัตรที่ดีงามบนพื้นฐานแห่งกัลยาณธรรมและสามัคคี ธรรม นอกจากนั้นยังเป็นศูนย์รวมแห่งชาวไทยที่จากบ้านเกิดเมืองนอนของตนมานานจะได้มีที่ยึด เหนี่ยวจิตใจคลายความว้าเหว่ทางจิตใจ เห็นวัดที่เป็นวัดซึ่งควรแก่การเข้าไปทัศนศึกษาหาความรุ่ง ด้วยเหตุนี้ ชาวพุทธเหล่านี้จึงรวมตัวกันสร้างวัดขึ้นให้เป็นรูปธรรมที่แสดงถึงสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือและความเข้าใจซึ่ง กันและกัน

จุดเริ่มต้น

ด้วยความมุ่งหมายเพื่อสร้างวัดให้เป็นวัดในอุดมคติที่ว่า "สร้างวัดเพื่อขจัดกิเลส สร้างบุญเขตเพื่ออชีวิตที่ดี"

ดังนั้น วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓ ๖ พระสงฆ์ทั้ง ๔ รูป คือ

๑. พระครูวินัยธรพิศวงษ์ จนฺทโชโต

๒. พระมหาสิทธิพร เมธงฺกโร

๓. พระมหานักร้อง นาถกโร

๔. พระครูปลัดสำรวม ญาณเมธี

พร้อมด้วยชาวพุทธฆราวาสจำนวนหนึ่งในซานฟรานซิสโก เบย์ แอเรียนำโดยคุณเอนก ชัยชนะ ซึ่งมีทัศนคติ อุดมการณ์ และความมีสมานฉันท์ร่วมกันในการจัดตั้งวัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก (Wat Buddhapradeep of San Francisco) ขึ้น

ในขั้นแรกได้นำสิ่งของที่จำเป็นไปยังบ้านเลขที่ 16 Spruce Street, Millbrae, CA 94030 และเซ็น สัญญาลักษณะเช่าเพื่อซื้อในวงเงินเดือนละ ๑,๕๐๐ เหรียญดอลล่าร์ โดย ๕๐๐ เหรียญดอลล่าร์เป็นเงินที่จะจ่ายคืนให้ในกรณีที่มีการซื้อหลังจาก ๖ เดือนที่เช่าแล้ว และพระสงฆ์จำนวน ๔ รูปก็ได้ทำพิธีกรรมเข้าพรรษาสอง ณ บ้านที่ได้ตกลงซื้อในเย็นของวันที่ย้ายเข้ามานั้น วันรุ่งขึ้นที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้ประกาศเปิดวัดเป็น ทางการภายใต้ชื่อที่ได้คิดและไตร่ตรองกันอย่างรอบคอบว่า "วัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก" ซึ่งเป็นความหมาย แห่งความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา

การดำเนินการสร้างวัดได้รับความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย และได้รับการอุปถัมภ์จากท่านอาจารย์ เจ้าคุณธงชัย หรือ พระภาวนาวิสุทธาจารย์ (ปัจจุบันได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระราชภาวนาวิกรม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานอุปถัมภ์ ท่านได้ให้แนวทางการบริหาร แนวทางการเผยแผ่พุทธศาสนาและแนวทางในการนำศิลปวัฒนธรรมไทยให้แพร่หลายในสหรัฐอเมริกา ให้ความห่วงใยในการเป็นอยู่ของพระสงฆ์และการดำเนินงานร่วมกันระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาส อีกทั้ง ให้ความสำคัญในการสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ด้วยความเสียสละเวลา กำลังกาย กำลังใจของพระสงฆ์และของชาวพุทธทั้งไทย ลาว และอเมริกันที่มุ่ง หวังสร้างวัดให้เป็นวัดที่มีการบริหารแบบวัดต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งมีพระสงฆ์เป็นผู้บริหารและดูแลทรัพย์ สินของวัดทั้งหมด ทำให้การดำเนินงานทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์วัดเป็นไปอย่างได้ผล แม้ว่าในช่วงแรกๆ จะประสพกับปัญหาในความไม่เข้าใจที่มีการสร้างวัดขึ้นใหม่ แต่เมื่อได้ดำเนินการเผยแผ่พุทธศาสนาอย่างจริงจังควบคู่กับการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยทั้งในด้านภาษาไทย ดนตรีไทย นาฏศิลปไทย และวัฒนธรรมไทย ทำให้วัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว มีสมาชิกเพิ่มขึ้น กิจกรรมเพื่อสังคมก็เพิ่มขึ้นด้วย ดังจะเห็นได้จากข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับวัดจะปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ไทยทั้งที่พิมพ์ในสหรัฐอเมริกาและในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการเผยแพร่ตามวิทยุโทรทัศน์ นิตยสารทั้งในประเทศไทยและประเทศ สหรัฐอเมริกาอยู่ตลอดเวลา

วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้มีการประชุมสมาชิกวัดขึ้นเป็นครั้งแรกซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม ประมาณ ๑๐๐ คน การประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วยความร่วมมือของชาวพุทธที่ต้องการเห็นวัดเป็นวัดจริงๆ โดยทุกคนมาร่วมประชุมด้วยจิตสำนึกที่จะสร้างวัดโดยไม่ต้องการให้มีกรรมการวัด แต่ให้พระสงฆ์เป็นผู้บริหาร วัดทั้งหมด โดยมีฆราวาสเข้ามาช่วยในการทำบญชีวัดและช่วยในด้านที่เกี่ยวกับกฎหมาย หากจะจัดงานใหญ่เพื่อ หาทุนสร้างวัดก็ตั้งกรรมการเฉพาะกิจขึ้นได้ เมื่อเสร็จงานแล้วกรรมการเฉพาะกิจก็หมดหน้าที่ไปด้วย มติของที่ ประชุมในครั้งนั้นให้ถือเป็นแบบฉบับของการบริหารวัดตลอดไปในอนาคต คือ คณะกรรมการอำนวยการ (Board of Directors) เป็นพระสงฆ์เท่านั้น คณะกรรมการบริหารในตำแหน่ง Abbot, President, Vice President, Secretary คือ พระสงฆ์ทั้งหมด ส่วนผู้ช่วยจะให้ฆราวาสมาช่วยเหลืองานก็ได้ คณะกรรมการบริหารมีวาระการทำงาน ๔ ปี ฆราวาสที่เข้ามาช่วยงานมีวาระการทำงาน ๒ ปี ที่ประชุมได้เลือก

๑. พระมหาสิทธิพร เมธงฺกโร เป็น President และ Abbot

๒. พระมหานักร้อง นาถกโร เป็น Vice President

๓. พระครูปลัดสำรวม ญาณเมธี เป็น Secretary

เมื่อพระครูปลัดสำรวมได้ลากลับไปปฏิบัติศาสนกิจยังประเทศไทยในปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ คณะกรรมการอำนวยการจึงได้แต่งตั้งพระมหาสมพงษ์ อิทฺธงฺกุโร เป็น Secretary แทนตำแหน่งที่ว่างเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙

การซื้อสถานที่เพื่อจัดตั้งวัด

คณะกรรมการอำนวยการได้ตกลงซื้ออาคารและที่ดินเลขที่ 16 Spruce Street Millbrae, CA 94030 ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดครั้งแรกก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่แห่งใหม่เมืองซานบรูโนในวงเงิน ๒๒๐,๐๐๐ เหรียญดอลล่าร์ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยใช้ชื่อพระ ๓ รูปเป็นผู้ซื้อ นับเป็นความโชคดีที่ได้รับ ความร่วมมือจากเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี เนื้อที่ของวัดเดิม ๕,๐๐๐ ตารางฟุต มีอาคารที่พักสงฆ์และที่ต้อน รับแขก ๑ หลัง, อุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชพุทธประทีปขนาดหน้าตัก ๕๒ นิ้ว และใช้ประกอบ พิธีทางศาสนาต่างๆ ๑ หลัง, สำนักงานกลางของวั และมูลนิธิรวมน้ำใจไทย ๑ หลัง ต่อจากนั้นทางวัดได้ รับหนังสือรับรองการสร้างวัดอย่างถูกต้องจากสเตทแคลิฟอร์เนียในรูปแบบของ Non-profit Organization และรับรองกฎหมายซึ่งเป็น By law ของวัดอย่างสมบูรณ์ถูกต้อง มีลายเซ็นและตรารับรองเป็นสำคัญ

เปิดโรงเรียนวัดพุทธประทีป

ทางวัดเห็นว่าการบริการสังคมเป็นส่วนหนึ่งที่ควรดำเนินการเพราะสังคมเป็นผู้สนับสนุนวัดและวัด ก็อยู่ได้เพราะมีสังคมเป็นพลังผลักดันให้วัดเจริญก้าวหน้า ดังนั้นคณะสงฆ์และสมาชิกวัดจึงร่วมมือกัน เปิดโครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยขึ้นในวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ในขณะเดียวกันทาง วัดได้เช่าอาคารบ้านเลขที่ 26 Spruce Street, Millbrae, CA 94030 ซึ่งอยู่ติดกับหลังแรก เพื่อทำเป็นโรงเรียนสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยให้กับเด็กและผู้ใหญ่ (ฝรั่ง) และทำพิธีเปิดเรียนภาษาไทย และวัฒนธรรมไทยภาคฤดูฝนและฤดูใบไม้ผลิเป็นครั้งแรกขึ้น ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองส่งบุตรหลาน มาเรียนภาษาไทยเป็นอย่างดี คณะครูที่ดำเนินการสอนในช่วงแรกๆ ก็ได้รับความช่วยเหลือจากชาวไทยซึ่ง อาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนียภาคเหนือที่อาสาสมัครเข้ามาสอนหลายท่านด้วยกัน นับว่าเป็นผลดีอย่างยิ่ง ในการที่ผู้ปกครองได้นำบุตรหลานของตนเองเข้าไปใกล้ชิดกับพระศาสนา เพื่ออนาคตของเด็กจะได้ก้าวหน้า จิตใจก็จะได้ยึดมั่นอยู่ในคุณธรรมต่อไป

ต่อมาในวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ทางวัดได้เปิดโครงการสอนภาษาไทยและวัฒน-ธรรมไทยในสหรัฐอเมริกาภาคฤดูร้อนขึ้น เป็นหน่วยจัดของกรมการศึกษานอกโรงเรียนแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา โดยร่วมมือกับสถาบันราชภัฏอุบลราชธานีส่งครูอาสาสมัครจำนวน ๒ ท่าน มาประจำที่วัดพุทธประทีป ๓ เดือน ทำหน้าที่สอนภาษาไทย, วัฒนธรรมไทย และนาฏศิลปไทย หลังจากนั้นทางวัดก็ขยายโครงการ สอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยในส่วนของดนตรีและนาฏศิลปไทยเพิ่มขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรส่งครูประจำการ ๑ ปีมา ๒ ท่าน เพื่อดำเนินการสอนดนตรีและนาฏศิลป์ไทย พร้อมทั้งภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยด้วย กิจการโรงเรียนได้ดำเนินไปเป็นอย่างดี มีนักเรียน เพิ่มขึ้น ผู้คนให้ความสนใจกิจกรรมการแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลปไทยตลอดมา นับเป็นการคืนผลกำไรให้ กับสังคมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสามารถเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทยให้ สังคมต่างชาติได้เข้าใจอีกทางหนึ่งด้วย

การซื้อสถานที่เพื่อจัดตั้งวัดแห่งใหม่เมืองซานบรูโน

เนื่องจากอาคารและที่วัดเดิมยังคับแคบ ไม่เพียงพอที่จะอำนวยความสะดวกแก่สาธุชนทั้งหลาย ที่มาร่วมบำเพ็ญกุศลได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่วัดจัดงานเทศกาลสำคัญต่างๆ ผู้ที่มาร่วมงานจะไม่ สะดวกเท่าที่ควร ทำให้บริเวณวัดคับแคบมากขึ้น อีกทั้งวัดได้เปิดโรงเรียนสอนภาษาไทย วัฒนธรรมไทย ดนตรีและนาฏศิลปไทย เมื่อมีงานสำคัญจึงทำให้บริเวณวัดคับแคบลงทันที โดยอาศัยเหตุที่กล่าวมานี้ทางวัดจึงประชุม สมาชิกวัดเพื่อดำเนินการขยายที่ไปซื้อแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมและสร้างที่แห่งใหม่เป็นวัดถาวรสืบต่อไป

ในช่วงแรกท่านเจ้าอาวาส (พระมหาสิทธิพร เมธงฺกโร) ได้เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อจัดผ้าป่า สามัคคีร่วมกับท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาวิกรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามหาทุนทรัพย์นำมาสมทบ ทุนซื้ออาคารและที่ดินแห่งใหม่ และได้รับพระกุศลศรัทธาจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวร-ราชาทินัดดามาตุ ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีในวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อซื้อสถานที่แห่งใหม่ของวัดด้วย โดยการประสานงานของ ม.ล. ตวง สนิทวงศ์ และคุณปิยสุดา จันทรสุข แห่งนิตยสารดาราภาพยนตร์ รวมทั้งสาธุชนหลายฝ่ายในประเทศไทย

ขณะที่วัดได้ดำเนินการหาทุนจากหลายๆ ฝ่ายทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาอยู่ ในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ทางวัดก็ตกลงเซ็นสัญญาซื้ออาคารและที่ดินแห่งใหม่ เลขที่ ๓๑๐ ถนนป๊อบล่าร์ เมืองซานบรูโน รัฐแคลิฟอร์เนีย (310 Poplar Avenue, San Bruno, CA) เป็นอาคารรูปตัวแอล เนื้อที่ ๑๘,๕๐๐ ตารางฟุต มีที่จอดรถ ๒๗ คัน ในวงเงิน ๔๖๐,๐๐๐ เหรียญดอลล่าร์ จ่ายภายใน ๑๕ ปี ซื้อในนามองค์กร "วัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก" วัดแห่งใหม่อยู่ไม่ไกลจากวัดเดิมมากนัก ถ้าขับรถจะใช้เวลาประมาณ ๓-๔ นาที ไปมาสะดวกใกล้กับถนน El Camino Real ขนานกับฟรีเวย์ ๑๐๑ และ ๒๘๐ ใช้เวลาเพียง ๕ นาทีจากสนามบินซานฟรานซิสโก และวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓ ๙ ได้ปิด Escow ที่ทำการวัดหลังใหม่ (๓๑๐ Poplar Ave., San Bruno) การซื้อสถานที่แห่งใหม่นี้ไม่ได้ผ่านธนาคารใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทางวัดได้ซื้อกับเจ้าของอาคารและที่ดินโดยตรง วัดจึงมีสิทธิครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ปิด Escow เป็นต้นมา

การเฮียริ่งวัดเพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย

วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ เฮียริ่งสถานที่ทำการวัดแห่งใหม่ ณ หอประชุมเมืองซานบรูโน ครั้งที่ ๑ มีผู้เข้าร่วมเฮียริ่งประมาณ ๖๐ คน วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓ ๙ เฮียริ่งสถานที่ทำการ วัดแห่งใหม่ ณ หอประชุมเมืองซานบรูโน ครั้งที่ ๒ มีผู้เข้าร่วมเฮียริ่งประมาณ ๑๐๐ คน วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ เฮียริ่งสถานที่ทำการวัดแห่งใหม่ ณ หอประชุมเมืองซานบรูโน เป็นครั้งที่ ๓ มีผู้เข้าร่วมเฮียริ่งประมาณ ๒๕๐ คน การเฮียริ่งครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย คณะกรรมการพิจารณาตัดสินให้เป็น วัดที่ถูกต้องตามกฎหมายสหรัฐอเมริกาอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีเจ้าของ Church ๗ แห่ง ในเมืองซานบรูโน และหัวหน้า Church ๕ แห่งที่ซานฟรานซิสโก พร้อมทั้งชาวอเมริกันจากที่ต่างๆ ให้การสนับสนุนการตั้งวัด ที่เมืองซานบรูโน และมีหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ รวมทั้งโทรทัศน์ช่อง ๔ และช่อง ๒๖ ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ภาคเหนือให้การสนับสนุนในการสร้างวัดอย่างเต็มที่โดยออกข่าวให้ติดต่อกัน ๒ อาทิตย์ และแสดงความคิดเห็น ในการสร้างวัดพุทธศาสนาของไทยที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยเป็นอย่างดี

สาเหตุการเฮียริ่งวัด

สาเหตุที่ต้องมีการเฮียริ่งวัดก็เพราะเป็นกฎข้อบังคับของทุกเมืองและของรัฐบาลกลางประเทศสหรัฐ อเมริกาที่จะต้องให้เพื่อนบ้านยอมรับก่อนว่าสมควรให้มีวัดพุทธศาสนาของไทยที่เมืองซานบรูโนได้หรือไม่ เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาให้โอกาสแก่เพื่อนบ้านใกล้เคียงวัดเป็นผู้ตัดสินก่อน ถ้าเพื่อนบ้านเห็นดี เห็นงามด้วยที่จะให้มีวัดเกิดขึ้นในบริเวณใกล้ๆ บ้านของเขา เขาเหล่านั้นก็จะไปร่วมประชุมให้ความคิดเห็น สนับสนุนการเปิดวัด แต่ถ้ามีเพื่อนบ้านบางคนไม่เห็นด้วยก็จะเปิดให้มีการเฮียริ่ง (อภิปราย) ถึงส่วนดีส่วนเสียที่จะเกิดขึ้น ด้วยเหตุที่มีเพื่อนบ้านเพียง ๒-๓ คน ได้คัดค้านการสร้างวัดพุทธประทีปแห่งใหม่ จึงทำให้มีการเฮียริ่ง วัดถึง ๓ ครั้งด้วยกัน เป็นที่น่าสังเกตว่าการเฮียริ่งแต่ละครั้งได้รับความร่วมมือจากชาวไทย ชาวลาว ชาว อเมริกัน ชาวเอเชียไปร่วมประชุมกันมากมาย ในขณะเดียวกันก็ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการที่ตัดสิน การสร้างวัดพุทธประทีปของเมืองซานบรูโนทุกคนและทุกครั้งที่เปิดให้มีการเฮียริ่ง

เมื่อการเฮียริ่งครั้งที่ ๒ ไม่ผ่าน จึงเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนอเมริกันและคนอเมริกันอย่างมากมาย เพราะเพื่อนบ้านที่ประท้วงไม่ให้มีการสร้างวัดพุทธประทีปในครั้งแรกได้แสดงความคิดเห็นขัดแย้งกับรัฐ ธรรมนูญรัฐบาลกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาและทุกคนภายใต้ธงอเมริกามีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่รังเกียจผิวพรรณหรือไม่รังเกียจคนต่างผิว เช่น คนเอเชีย คนอาฟริกา เป็นต้น เมื่อเพื่อนบ้าน ๒-๓ คนประท้วงไม่ต้องการคนเอเชียไปอยู่ใกล้บ้านเขา จึงทำให้คนเอเชียและคนอเมริกาทั้งคนดำและคนขาว ทั้งโทรทัศน์ ทั้งหนังสือพิมพ์อเมริกาให้ความสนใจเรื่องการเฮียริ่งและให้การ สนับสนุนการสร้างวัดพุทธประทีปอย่างเต็มที่และลงข่าวสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนอเมริกาในรัฐ แคลิฟอร์เนียภาคเหนือรู้จักวัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก เป็นอย่างดี ศาสนาต่างๆ ที่อยู่ในเมืองซานบรูโน หรือที่อยู่นอกเมืองซานบรูโนก็ให้การสนับสนุนวัดพุทธประทีปอย่างเต็มที่เช่นกัน จึงทำให้วัดพุทธประทีป ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว

จากการเฮียริ่งครั้งที่ ๓ จึงเป็นภาพสะท้อนได้อย่างดียิ่งว่าความมีเมตตา ความเสียสละ และความมุ่ง มั่นในการประกาศพุทธศาสนาให้สถิตสถาพรในรัฐแคลิฟอร์เนียภาคเหนือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ของพระสงฆ์และชาวพุทธทั่วไป ทำให้เกิดมิตรภาพร่วมกันระหว่างคนต่างศาสนาและคนต่างผิวพรรณเป็นอย่างดี เป็นนิมิตใหม่ ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากคนอเมริกาในหลายๆ ด้าน ขณะที่พระสงฆ์และสมาชิกวัดทั้งไทยและเทศไปช่วยกันบูรณะซ่อมแซมวัดพุทธประทีปเมืองซานบรูโนอยู่นั้นก็ได้รับความชื่นชม ยินดีและการต้อนรับจากเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในสังคมอเมริกา เพราะคนที่อยู่ ประเทศนี้ด้วยมีหน้าที่รับผิดชอบที่หนักพอสมควรกับตัวเองและครอบครัว จะไม่มีเวลาให้กับส่วนรวมหรือ ทางศาสนาอื่น (พุทธศาสนา) เท่าไรนัก

การบูรณะซ่อมแซมวัดพุทธประทีป

หลังจากที่วัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก ได้ซื้ออาคารและที่ดินในปัจจุบัน (๓๑๐ ถนนพอบล่าร์ เมืองซานบรูโน รัฐแคลิฟอร์เนีย) จึงได้เริ่มการบูรณะซ่อมแซมอาคารวัดพุทธประทีปทั้งภายในภายนอกตั้งแต่ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๙ เรื่อยมา เป็นเวลาประมาณ ๑ เดือนครึ่ง ด้วยความช่วยเหลือของช่างใหญ่ทั้ง ๒ ท่าน คือ แอนโทนี่ Cirella กับอุดมพันธุ์ ธรรมสิทธิ์ ที่สละกำลังกาย กำลังทรัพย์ และกำลังสติปัญญา ให้การบูรณะซ่อมแซมวัดให้สำเร็จตามเป้าหมาย ในขณะเดียวกันพระสงฆ์, คณะครูประจำการ, สมาชิกวัด และกลุ่มนักเรียน ไทยจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้สละเวลาร่วมกันบูรณะวัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ทางศาสนาเพื่อบริการ ชุมชนไทยและพุทธศาสนิกชนทั่วไป

การซ่อมแซมวัดพุทธประทีปก่อนที่จะเข้าไปอยู่ได้ใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนเงินประมาณ ๘ หมื่นดอลล่าร์ ได้รับการบริจาคจากญาติโยมบ้าง เงินจากการจัดงานต่างๆ บ้าง ส่วนที่วัดได้ดำเนินการบูรณะซ่อมแซมไปแล้ว ได้แก่ ประตูด้านหน้า ๑ คู่, ประตูออกด้านหลัง ๒ ประตู, หน้าต่างตัวโบสถ์ ๑๐ บาน, ประตูและที่พักพระสงฆ์ ๒ ประตู, ห้องน้ำชาย-ญิง, ประตูภายในอาคาร ๔ บาน, พรมภายในอุโบสถและบริเวณอาคาร, หินอ่อนรอบพระประธาน, โคมไฟหน้าพระประธาน ๓ พุ่ม, ซุ้มประตูและเสาหน้าอุโบสถ และสวน-สนามหญ้าด้านทิศตะวันตก

วัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก แห่งใหม่นี้เกิดขึ้นมาจากความร่วมแรงร่วมใจและร่วมศรัทธาของ พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย โดยเฉพาะชาวไทยในสหรัฐอเมริกาและพุทธศาสนิกชนทั่วไปทั้งในซานฟรานซิสโก เบย์ แอเรีย รัฐแคลิฟอร์เนียภาคเหนือ และรัฐใกล้เคียง ขยายออกไปถึงรัฐอื่นๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาและชาวไทยในประเทศไทย นับว่าเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาและเป็นสมบัติร่วมกันของพุทธศาสนิกชนทั้งปวง ทุกท่านที่มีส่วนในการริเริ่มก่อตั้งและดำเนินการย่อมมีพันธะผูกพันทางจิตใจที่จะเสริมสร้างสืบต่อไป จนกว่างานสร้างวัดจะเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ การมีอาคารและสถานที่ในเมืองซานบรูโนแห่งนี้จึงเป็นเครื่องยืน ยันได้ดีถึงความสมัครสมานสามัคคีของชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาที่ต้องการให้พุทธศาสนาเป็นหลักชี้แนะแนวทางนำชีวิตให้ตนเองและครอบครัวได้เจริญก้าวหน้า อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการติดต่อและการเสริมสร้างความดี ให้แก่ชีวิตขณะอยู่ในต่างแดนระหว่างชาวไทยในประเทศไทยกับชาวไทยในต่างแดน และเป็นนิมิตหมายแห่ง ความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาและจิตใจของพุทธศาสนิกชนในต่างแดนสืบต่อไป นับว่าเป็นผลแห่ง ความพากเพียรพยายามและความมีศรัทธาสามัคคีร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอันน่าปลาบปลื้มยิ่ง

ในวันอาทิตย์ที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ นับเป็นสิริมหามงคลลักขิตสมัยและเกียรติประวัติของวัด สืบต่อไปที่ได้รับพระกรุณาจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมาเป็น ประธานเปิดวัด เป็นขวัญกำลังใจที่สำคัญแก่สมาชิกวัดและชาวไทยในแคลิฟอร์เนียภาคเหนือที่ได้ร่วมกันจัดตั้ง วัดพุทธประทีปขึ้น พร้อมทั้งได้ชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเป็นพลวปัจจัยกุศลบารมีแด่พระสงฆ์ที่ทำงาน เพื่อพระพุทธศาสนาและประกาศความเป็นไทยให้สังคมอเมริกาได้เข้าใจ นอกจากนี้พระองค์ท่านยังได้มีพระกุศลศรัทธาเป็นประธานทอดผ้าป่าราชสกุลสนิทวงศ์ ซึ่งนำโดย ม.ล. ตวง สนิทวงศ์ ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์วัด พุทธประทีป ซานฟรานซิสโกอีกด้วย.

โครงการในอนาคต

วัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก ได้วางแผนในการขยายเนื้อที่ของวัดให้มีขนาดกว้างกว่าเดิม โดยตั้ง เป้าหมายและโครงการไว้ ๕ ปีข้างหน้าจะขยายออกไปด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นบ้าน ๒ หลังติดกับวัด เพื่อ เตรียมพื้นที่ส่วนที่ขยายออกไปเป็นรมณียสถานซึ่งเหมาะแก่การสนทนาธรรมและปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งจัด สร้างอุโบสถที่มีลักษณะใกล้เคียงกับอุโบสถในประเทศไทย อีกทั้งจะขยายฐานแห่งการปฏิบัติธรรมในรูปแบบที่ ทันสมัยโดยอาศัยสื่อสารต่างๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการติดต่อสื่อสาร เช่น Internet, หนังสือพิมพ์ และวิทยุ โทรทัศน์ ควบคู่กับการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยมีชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นหัวใจแห่งการสร้างชุมชนทุก ระดับชั้น......

พระสงฆ์ที่อยู่ประจำ

 

ปัจจุบันนี้มีพระสงฆ์อยู่ประจำที่วัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก จำนวน ๓ รูป คือ

๑. พระครูวรสิทธิวิเทศ

๒. พระมหาศรีนิทร์ ติสฺสโร

๓. พระมหาฐนกร กตปุญฺโญ

๔. พระมหาบรรพต เจโตวสี

๕. พระมหาพุฒิพงศ์ ปริสาสโก

๖. พระมหาวันชัย ธมฺมชโย

๗. พระมหา(กำลังขอตัวมาจากเมืองไทย)

กิจกรรมที่เนื่องด้วยสังคม

- ให้คำปรึกษาปัญหาต่างๆ แก่สาธุชนทั่วไป

- ออกวารสารประจำเดือนชื่อ "พุทธประทีปส่องธรรม"

-เขียนบทความเผยแผ่ธรรมทางหนังสือพิมพ์

- สอนพุทธศาสนา, ศีลธรรมและศิลปวัฒนธรรมไทยแก่นักเรียนและประชาชนทั้งไทยและต่างชาติ

- อบรมสมาธิและบรรยายธรรมให้แก่ผู้ที่สนใจทั่วไป

 
   
   
   

สถานที่ตั้ง

วัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก

(WAT BUDDHAPRADEEP OF SAN FRANCISCO)

310 Poplar Avenue, San Bruno, CA 94066 USA Phone: (650) 615-9528

 

เจ้าอาวาส

1.

 

 
 
   
 
 
หน้าแรก | เจ้าแม่กวนอิม | แนะนำวัด | ถาม-ตอบ | ชมรม ๑๐๙ วัด |